“ข้าว” ที่เหมาะสมในการทำอาหารสำหรับเด็ก

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าข้าวเป็นอาหารหลักยอดนิยมของคนไทยทุกเพศทุกวัย รวมไปถึงเด็กวัยแรกเกิด ที่ข้าวจะกลายเป็นเมนูอาหารเด็กในการช่วยเสริมสร้างพัฒนาการที่ดีให้กับร่างกายและสติปัญญาของลูกหลัก เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงต้องให้ความสำคัญในเลือกสรรโภชนาการที่เหมาะสมและดีต่อลูก ซึ่งคุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจจะสงสัยว่า ข้าวมีรูปแบบไหนบ้าง มีกี่ชนิด แล้วสามารถที่เป็นอาหารเสริมเด็กได้หรือไม่ ไปทำความรู้จักกับข้าว เมนูอาหารเด็กที่สำคัญและอุดมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหารกัน

ข้าวนั้นเป็นอาหารเด็กที่จัดอยู่ในกลุ่มธัญพืช เหมาะอย่างมากสำหรับเด็กตั้งแต่วัยเริ่มต้นรับประทานอาหารเด็ก โดยในปัจจุบันนี้มีข้าวหลากหลายชนิด ซึ่งสามารถที่จะนำมาเป็นอาหารเสริมเด็กได้ทุกชนิด แต่ทั้งนี้คุณพ่อคุณแม่จะต้องคัดสรรชนิดข้าวที่มีความละเอียดและเหมาะสมกับระบบการย่อยอาหารและระบบลำไส้ของลูก โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้น ซึ่งข้าวที่นิยมอย่างมากในท้องตลาด จะถูกแบ่งออกเป็น 5 ชนิด คือ ข้าวหอมมะลิแดง ข้าวเจ้าหอมนิล ข้าวมันปู ข้าวกล้องงอกและข้าวกล้อง

 

ประโยชน์ของข้าวกล้อง อาหารเสริมสำหรับเด็ก

ข้าวที่เหมาะสมสำหรับการทำอาหารเด็กมากที่สุดก็คือ ข้าวกล้องที่ควรอยู่จะเป็นเมนูอาหารเด็กของลูกรักในทุกๆมื้อ โดยจะต้องเป็นข้าวกล้องบดละเอียดเพื่อช่วยให้ลูกทานง่ายมากยิ่งขึ้น ข้าวกล้องบดนั้นมีโปรตีนที่สูงกว่าข้าวขาวมากถึง 3 เท่าราวๆ 30 % มีไขมันดี พร้อมทั้งอุดมไปวิตามิน A,B1,B2,และวิตามิน E ที่ช่วยในการป้องกันการเกิดโรคต่างๆได้มีประสิทธิภาพมากกว่าข้าวขาว ช่วยบำรุงสายตาและบำรุงระบบต่างๆในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นระบบไหลเวียนโลหิต หัวใจ และสุขภาพผิว ช่วยให้ลูกมีผิวพรรณที่เนียนสวยตั้งแต่เยาว์วัย

 “ข้าว” ที่เหมาะสมในการทำอาหารสำหรับเด็ก - 2

นอกจากนี้ข้าวกล้องยังมีธาตุเหล็กสูงมากกว่าข้าวขาวถึง 3 เท่า บำรุงเลือดและช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง และยังอุดมไปด้วยฟอสฟอรัสและแคลเซียมที่ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตที่แข็งแรงของร่างกาย บำรุงกระดูกและฟันของลูกน้อย อีกทั้งยังมีซีลีเนียม ที่ช่วยบำรุงกล้ามเนื้อพร้อมทั้งยังมีใยอาหารสูง ช่วยป้องโรคเกี่ยวกับระบบลำไส้ บำรุงระบบขับถ่าย ลดอาการท้องผูกและช่วยเรื่องย่อยอาหารได้ดีอีกด้วย  ที่สำคัญข้าวกล้องบดยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระเป็นจำนวนมาก และมีสารอาหาร แร่ธาตุที่จะสูงกว่าข้าวขาวทั่วไป เหมาะสำหรับการเป็นมื้อเริ่มต้นในการเสริมสร้างสุขภาพที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจของลูกเป็นอย่างยิ่ง

 

และนี่ก็เป็นเรื่องราวข้อควรรู้เกี่ยวกับ  “ข้าว” ที่เหมาะสมในการทำอาหารเสริมสำหรับเด็ก ที่จะช่วยทำให้คุณพ่อคุณแม่นำไปเป็นแนวทางในทำอาหารเด็กที่เหมาะสมและมีคุณค่าทางโภชนาการสูง

การพัฒนาการรักษาโรคในยุคเทคโนโลยี ทางวิทยาศาสตร์

การพัฒนาการรักษาโรคในยุคเทคโนโลยี ทางวิทยาศาสตร์

เรียกได้ว่าปัจจุบันนี้เทคโนโลนีทางการแพทย์ได้มีการพัฒนาไปไกลมาก โดยมีการนำวิทยาศาสตร์มาประยุกต์และต่อยอดเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อมนุษย์มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นด้านการพัฒนาเครื่องมือและอุปกรณ์เพื่อการตรวจและวินิจฉัยโรค การรักษาพยาบาล รวมไปถึงเครื่องมือสำหรับป้องกันโรค นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อผลิตสาร ยา รวมไปถึงวิธีต่างๆทางการแพทย์ ที่ใช้เทคนิคทางด้านวิศวกรรมรวมไปถึงเทคโนโลยีชีวภาพเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเด็กหลอดแก้ว การผลิตเซรุ่ม การผลิตวัคซีนป้องกันโรค การหาสาเหตุและรักษาโรคที่เกิดจากการบกพร่องทางพันธุกรรม และ การพัฒนาวิธีการเพาะเลี้ยงเชื้อต่างๆจากผู้ป่วย

การรักษาโรคด้วยนาโนเทคโนโลยี
ปัจจุบันนี้นาโนคเทคโนโลยีได้เข้ามามีส่วนร่วมเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และการแพทย์เป็นอย่างมาก นักวิทยาศาสตร์ในสาขาวิชาการต่างๆได้รวมกันทำการวิจัยค้นคว้าเกี่ยวกับนาโนเทคโนโลยี หรือ เทคโนโลยีชีวภาพระดับนาโน (Nanobiotechnology) ให้มีความก้าวหน้าขึ้นอย่างมหาศาล ส่งผลทำให้เกิดเป็นความสำเร็จทางด้านการแพทย์ที่มีพัฒนาได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก ได้มีการสร้างหุ่ยนต์นาโนจากโปรตีนเพื่อใช้งานการในการตรวจสอบอาการผิดปกติของเซลล์เพื่อทำการรักษาโรคในระดับโมเลกุล รวมไปถึงการใช้หุ่นยนต์นาโนสำหรับป้องกันเชื้อโรค รักษาอาการไขมันอุดตันในเส้นเลือด ช่วยในการซ่อมแซมผนังเซลล์ นอกจากนี้ยังมีการสร้างหุ่นยนต์นาโนที่มีความสามารถในการเคลื่อนที่ในกระแสเลือดเพื่อที่จะเข้าทำลายเซลล์มะเร็งหรือเชื้อโรคภายในร่างกายโดยที่ไม่ผ่าคัด เสี่ยงอันตรายอีกด้วย พร้อมทั้งยังสามารถสร้างอวัยวะทดแทนได้ง่ายยิ่งขึ้นอีกด้วย

นอกจากนี้ยังได้มีการพัฒนานาโนเทคโนโลยีในรูปแบบของ DNA Chip หรือ ดีเอ็นเอชิป ไมโครชิปชนิดหนึ่งที่ช่วยใช้ในการค้นหายีนของสิ่งมีชีวิต ใช้สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลทางพันธุกรรม ช่วยทำนายการเกิดโรคของบุคคลนั้นๆก่อนที่อาการจะปรากฎขึ้น เรียกได้ว่านาโนเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมากในรักษา

การพัฒนารักษาของนานาโนเทคโนโลยีมีความสำคัญต่อการแพทย์ในปัจจุบันนี้เป็นอย่างมาก เนื่องจากช่วให้การรักษาโรคต่างๆรวดเร็วขึ้นจากศักยภาพของดีเอ็นเอชิป ได้มีการพัฒนารูปแบบการให้ยาแบบใหม่ ที่สามารถเข้าไปภายในร่างกายในส่วนที่ยังไม่สามารถเข้าถึงได้ในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีพัฒนาอวัยวะประดิษฐ์ขึ้นมาจากวัสดุที่สามารถอยู่ร่วมเนื้อเยื่อได้ ให้มีความแข็งแรงทนทานและไม่ถูกปฏิเสธจากร่างกาย เรียกได้ว่าสามารถที่จะสร้างอวัยวะทดแทนเพื่อใช้สำหรับการรักษาและดำรงชีวิตอยู่ได้ ที่สำคัญอีกหนึ่งของก็คือ ระบบสามารถที่จะรับรู้และจับตรวจเชื้อโรคในระยะเริ่มต้น เพื่อทำการรักษาแลป้องกันได้อย่างทันท่วงที

การพัฒนาการรักษาโรคในยุคเทคโนโลยี ทางวิทยาศาสตร์ 2

ปัญญาประดิษฐ์เพื่อการรักษา
พัฒนาได้อย่างก้าวกระโดดเลยทีเดียวสำหรับการรักษาทางการแพทย์ด้วยนวัตกรรม Artificial intelligence หรือ AI ที่เรารู้จักกันในชื่อของปัญญาประดิษฐ์ที่ในปัจจุบันนี้กำลังเป็นที่น่าจับตามองอย่างมากในการช่วยเหลือและรักษาทางการแพทย์ สำหรับเป้าหมายของการพัฒนา Artificial intelligence หรือ AI ในด้านสุขภาพนั้นคือความสามารถในการช่วยแพทย์ปฏิบัติเพื่อให้ความรู้ทางการแพทย์ พร้อมทั้งระบบยังสามารถที่จะวิเคราะห์และจดข้อมูลเกี่ยวกับโรค เพื่อที่จะไปสู่การรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับผู้ป่วย

ระบบปัญญาประดิษฐ์มีประสิทธิภาพด้านการบริการข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับข้องกับนักวิจัย บุลคลาการทางแพทย์ได้แบบทันที ตามความต้องการ เรียกได้ง่ายๆก็คือ ปัญญาประดิษฐ์สามารถที่จะวิเคราะห์ถึงอาการผู้ป่วยและการรักษาโรคต่างๆได้โดยการประมวลผลและวิเคราะห์จากหลักฐานอ้างอิงหรือแหล่งข้อมูลต่างๆที่ได้ทางการแพทย์และสามารถที่นะข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์ให้กับแพทย์ได้ทันที ทำให้เกิดความรวดเร็วและประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยสูงขึ้น

ระบบปัญญาประดิษฐ์กำลังถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องและมีการคาดการณ์ว่าจะต้องเป็นที่ยอมรับจากวงการแพทย์และมีโอกาสเติบโตสูงอย่างแน่นอน ในอนาคตระบบปัญญาประดิษฐ์จะเข้ามาเป็นเทคโนโลยีในวงการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพรักษาที่ดี ประหยัดค่าใช้จ่าย สามารถที่วางแผนในการรักษาผู้ป่วยได้อย่างยิ่งขึ้น เพราะเหตุนี้เองจึงทำให้ระบบปัญญาประดิษฐ์ได้รับการตอบรับที่ดีในวงการแพทย์ นอกจากนี้ระบบปัญญาประดิษฐ์ยังช่วยพัฒนาการเช้าถึงและวิเคราะห์ภาพทางการแพทย์ ช่วยในการประมวลผลภาพ การจดจำแผนต่างๆ พร้อมทั้งข้อดีอีกหลากหลายเลยทีเดียว

นอกจากนี้ในปัจจุบันยังได้มีการให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อใช้นำมาบริการผู้ป่วยได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การรักษาโรคต่างๆ การรักษาคนไข้ด้วยระบบรักษาทางไกลผ่านทางเครือข่ายการสื่อสาร เครื่องเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ หรือ EMT scanner ที่ในปัจจุบันนี้ได้มีพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งความสะดวกรวดเร็ว การใช้งาน

การพัฒนาการรักษาโรคในยุคเทคโนโลยี ทางวิทยาศาสตร์นั้น ได้มีการเน้นถึงเรื่องความปลอดภัย รวดเร็ว และสามารถรักษาชีวิตและบรรเทาชีวิตของผู้ป่วยได้มากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโรคร้ายแรง เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ เป็นต้น ทุกการรักษาสามารถที่จะเข้าถึงภายในได้โดยที่ผู้ป่วยไม่ต้องเผชิญกับความยุ่งยาก ไม่ต้องเจ็บปวดหรือมีวิธีการที่ซับซ้อน อีกทั้งยังเน้นไปถึงการรักษาด้วยข้อมูลที่แน่นมากขึ้น การวิเคราะห์และวางแผนอย่างดีจากระบบปัญญาประดิษฐ์ เรียกได้ว่าในปัจจุบันและอนาคตเราจะได้เห็นการรักษาที่มีความแปลกใหม่ ทันสมัยมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งประยุกต์ขึ้นมาเพื่อที่จะตอบโจทย์การรักษาเฉพาะโรคได้มากยิ่งขึ้น

ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีอย่างมากสำหรับวงการสุขภาพ และมนุษย์ทุกคนที่จะมีทางเลือกในการรักษาที่หลากหลายพร้อมทั้งมีประสิทธิภาพสูงสุด