คลื่นความถี่ช่วยให้คุณนอนหลับได้ง่ายขึ้น

คลื่นความถี่เสียง

เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่สร้างความกังวลใจให้กับหลายคนไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับอาการนอนหลับไม่หลับ ที่อาจจะเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นความเครียด สภาพแวดล้อม สุขภาพ เครื่องดื่ม เป็นต้น เมื่อถึงเวลานอนก็นอนยาก นอนไม่หลับ พยายามหาวิธีต่างๆเข้ามาช่วยก็ดูเหมือนจะไม่ได้ผล จนส่งผลกระทบต่อการทำงาน การดำรงชีวิต และสุขภาพร่างกายและจิตใจที่ย่ำแย่

 

แต่ทั้งนี้คุณก็สามารถที่จะแก้ไขปัญหาการนอนไม่หลับได้ไม่ยากด้วยคลื่นความถี่ของเสียง ที่จะช่วยในการปรับคลื่นสมองของมนุษย์ และฟื้นฟูรักษาปัญหาต่างๆด้านสุขภาพ โดยคลื่นความถี่ของเสียงนั้นได้รับการพิสูจน์และรับรองจากทางแพทย์แล้วว่าสามารถที่จะเข้าไปส่งผลกระทบต่อสมอง จิตใจและร่างกายของผู้ที่ได้ยินเสียงคลื่นความถี่ได้จริง โดยคลื่นความถี่เสียงนั้นจะทำการปรับคลื่นสมองเพื่อที่จะส่งต่อไปยังระบบประสาท มีเพิ่มโกรฮอร์โมน และให้ผู้ฟังเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน  โดยคลื่นความถี่เสียงที่มีผลต่อสมองมากที่สุดแบ่งออกเป็น 4 ชนิด คือ คลื่นเสียงเบต้า  คลื่นเสียงอัลฟ่า คลื่นเสียงธีต้า และคลื่นเสียงเดลต้า

คลื่นความถี่เสียง

และสำหรับคลื่นความถี่ที่ช่วยให้นอนหลับมากง่ายมากที่สุดก็คือ คลื่นเสียงเดลต้า ที่จะส่งผลให้สมองทำงานเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ควบคุมจิตใต้สำนึกทุกอย่างเพื่อที่จะทำให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ นอนหลับลึกแบบไม่มีความฝัน เมื่อตื่นมาแล้วก็จะรู้สึกสดชื่น ไม่ง่วงซึมหรืออาการเหนื่อยล้า โดยคลื่นเสียงเดลต้านั้นสามารถที่จะฟังได้จากอินเทอร์เน็ต แผ่นเสียงหรือในเว็บไซต์ Youtube ที่ได้รับการการันตีจากหลายคนเลยว่านอนหลับลึกและสนิทอย่างง่ายดาย

 

นอกจากคลื่นเสียงเดลต้าแล้วคุณก็สามารถที่ฟังคลื่นความถี่ได้หลายๆรูปแบบ ทั้งเสียงฝนตก เสียงลมพัด เสียงใบไม้หรือเสียงนกร้องที่สามารถหาฟังได้จากแอพพลิเคชั่นฟังเพลงหรืออินเทอร์เน็ตต่างๆได้เช่นเดียวกัน รวมไปถึงคลื่นความถี่หรือเสียงดนตรีประเภท Rhythmic Music Trance Music หรือ เสียงดนตรีบรรเลงโมสาร์ท ซึ่งนอกจากคุณจะนอนหลับง่าย หลับลึกและได้พักผ่อนอย่างเต็มที่แล้ว การฟังคลื่นความถี่เหล่านี้ยังมีผลต่อสภาพจิตใจและอารมณ์ ช่วยให้คุณมีพลังความคิดในด้านบวก จิตใจสงบ อารมณ์ดี รู้สึกเบิกบานแจ่มใส มีความคิดสร้างสรรค์ มีสมาธิและสติมากขึ้น รวมไปถึงยังมีผลต่อระบบประสาท และความจำอีกด้วย

 

สำหรับใครที่กำลังมีปัญหาด้านการนอนหลับอยู่ คลื่นความถี่เหล่านี้สามารถช่วยให้คุณนอนหลับได้สบายและง่ายดายมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งยังดีต่อระบบสมอง ร่างกายและจิตใจอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นวิธีที่ไม่ยากอีกทั้งยังเห็นผลได้จริงอีกด้วย

การพัฒนาการรักษาโรคในยุคเทคโนโลยี ทางวิทยาศาสตร์

การพัฒนาการรักษาโรคในยุคเทคโนโลยี ทางวิทยาศาสตร์

เรียกได้ว่าปัจจุบันนี้เทคโนโลนีทางการแพทย์ได้มีการพัฒนาไปไกลมาก โดยมีการนำวิทยาศาสตร์มาประยุกต์และต่อยอดเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อมนุษย์มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นด้านการพัฒนาเครื่องมือและอุปกรณ์เพื่อการตรวจและวินิจฉัยโรค การรักษาพยาบาล รวมไปถึงเครื่องมือสำหรับป้องกันโรค นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อผลิตสาร ยา รวมไปถึงวิธีต่างๆทางการแพทย์ ที่ใช้เทคนิคทางด้านวิศวกรรมรวมไปถึงเทคโนโลยีชีวภาพเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเด็กหลอดแก้ว การผลิตเซรุ่ม การผลิตวัคซีนป้องกันโรค การหาสาเหตุและรักษาโรคที่เกิดจากการบกพร่องทางพันธุกรรม และ การพัฒนาวิธีการเพาะเลี้ยงเชื้อต่างๆจากผู้ป่วย

การรักษาโรคด้วยนาโนเทคโนโลยี
ปัจจุบันนี้นาโนคเทคโนโลยีได้เข้ามามีส่วนร่วมเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และการแพทย์เป็นอย่างมาก นักวิทยาศาสตร์ในสาขาวิชาการต่างๆได้รวมกันทำการวิจัยค้นคว้าเกี่ยวกับนาโนเทคโนโลยี หรือ เทคโนโลยีชีวภาพระดับนาโน (Nanobiotechnology) ให้มีความก้าวหน้าขึ้นอย่างมหาศาล ส่งผลทำให้เกิดเป็นความสำเร็จทางด้านการแพทย์ที่มีพัฒนาได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก ได้มีการสร้างหุ่ยนต์นาโนจากโปรตีนเพื่อใช้งานการในการตรวจสอบอาการผิดปกติของเซลล์เพื่อทำการรักษาโรคในระดับโมเลกุล รวมไปถึงการใช้หุ่นยนต์นาโนสำหรับป้องกันเชื้อโรค รักษาอาการไขมันอุดตันในเส้นเลือด ช่วยในการซ่อมแซมผนังเซลล์ นอกจากนี้ยังมีการสร้างหุ่นยนต์นาโนที่มีความสามารถในการเคลื่อนที่ในกระแสเลือดเพื่อที่จะเข้าทำลายเซลล์มะเร็งหรือเชื้อโรคภายในร่างกายโดยที่ไม่ผ่าคัด เสี่ยงอันตรายอีกด้วย พร้อมทั้งยังสามารถสร้างอวัยวะทดแทนได้ง่ายยิ่งขึ้นอีกด้วย

นอกจากนี้ยังได้มีการพัฒนานาโนเทคโนโลยีในรูปแบบของ DNA Chip หรือ ดีเอ็นเอชิป ไมโครชิปชนิดหนึ่งที่ช่วยใช้ในการค้นหายีนของสิ่งมีชีวิต ใช้สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลทางพันธุกรรม ช่วยทำนายการเกิดโรคของบุคคลนั้นๆก่อนที่อาการจะปรากฎขึ้น เรียกได้ว่านาโนเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมากในรักษา

การพัฒนารักษาของนานาโนเทคโนโลยีมีความสำคัญต่อการแพทย์ในปัจจุบันนี้เป็นอย่างมาก เนื่องจากช่วให้การรักษาโรคต่างๆรวดเร็วขึ้นจากศักยภาพของดีเอ็นเอชิป ได้มีการพัฒนารูปแบบการให้ยาแบบใหม่ ที่สามารถเข้าไปภายในร่างกายในส่วนที่ยังไม่สามารถเข้าถึงได้ในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีพัฒนาอวัยวะประดิษฐ์ขึ้นมาจากวัสดุที่สามารถอยู่ร่วมเนื้อเยื่อได้ ให้มีความแข็งแรงทนทานและไม่ถูกปฏิเสธจากร่างกาย เรียกได้ว่าสามารถที่จะสร้างอวัยวะทดแทนเพื่อใช้สำหรับการรักษาและดำรงชีวิตอยู่ได้ ที่สำคัญอีกหนึ่งของก็คือ ระบบสามารถที่จะรับรู้และจับตรวจเชื้อโรคในระยะเริ่มต้น เพื่อทำการรักษาแลป้องกันได้อย่างทันท่วงที

การพัฒนาการรักษาโรคในยุคเทคโนโลยี ทางวิทยาศาสตร์ 2

ปัญญาประดิษฐ์เพื่อการรักษา
พัฒนาได้อย่างก้าวกระโดดเลยทีเดียวสำหรับการรักษาทางการแพทย์ด้วยนวัตกรรม Artificial intelligence หรือ AI ที่เรารู้จักกันในชื่อของปัญญาประดิษฐ์ที่ในปัจจุบันนี้กำลังเป็นที่น่าจับตามองอย่างมากในการช่วยเหลือและรักษาทางการแพทย์ สำหรับเป้าหมายของการพัฒนา Artificial intelligence หรือ AI ในด้านสุขภาพนั้นคือความสามารถในการช่วยแพทย์ปฏิบัติเพื่อให้ความรู้ทางการแพทย์ พร้อมทั้งระบบยังสามารถที่จะวิเคราะห์และจดข้อมูลเกี่ยวกับโรค เพื่อที่จะไปสู่การรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับผู้ป่วย

ระบบปัญญาประดิษฐ์มีประสิทธิภาพด้านการบริการข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับข้องกับนักวิจัย บุลคลาการทางแพทย์ได้แบบทันที ตามความต้องการ เรียกได้ง่ายๆก็คือ ปัญญาประดิษฐ์สามารถที่จะวิเคราะห์ถึงอาการผู้ป่วยและการรักษาโรคต่างๆได้โดยการประมวลผลและวิเคราะห์จากหลักฐานอ้างอิงหรือแหล่งข้อมูลต่างๆที่ได้ทางการแพทย์และสามารถที่นะข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์ให้กับแพทย์ได้ทันที ทำให้เกิดความรวดเร็วและประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยสูงขึ้น

ระบบปัญญาประดิษฐ์กำลังถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องและมีการคาดการณ์ว่าจะต้องเป็นที่ยอมรับจากวงการแพทย์และมีโอกาสเติบโตสูงอย่างแน่นอน ในอนาคตระบบปัญญาประดิษฐ์จะเข้ามาเป็นเทคโนโลยีในวงการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพรักษาที่ดี ประหยัดค่าใช้จ่าย สามารถที่วางแผนในการรักษาผู้ป่วยได้อย่างยิ่งขึ้น เพราะเหตุนี้เองจึงทำให้ระบบปัญญาประดิษฐ์ได้รับการตอบรับที่ดีในวงการแพทย์ นอกจากนี้ระบบปัญญาประดิษฐ์ยังช่วยพัฒนาการเช้าถึงและวิเคราะห์ภาพทางการแพทย์ ช่วยในการประมวลผลภาพ การจดจำแผนต่างๆ พร้อมทั้งข้อดีอีกหลากหลายเลยทีเดียว

นอกจากนี้ในปัจจุบันยังได้มีการให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อใช้นำมาบริการผู้ป่วยได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การรักษาโรคต่างๆ การรักษาคนไข้ด้วยระบบรักษาทางไกลผ่านทางเครือข่ายการสื่อสาร เครื่องเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ หรือ EMT scanner ที่ในปัจจุบันนี้ได้มีพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งความสะดวกรวดเร็ว การใช้งาน

การพัฒนาการรักษาโรคในยุคเทคโนโลยี ทางวิทยาศาสตร์นั้น ได้มีการเน้นถึงเรื่องความปลอดภัย รวดเร็ว และสามารถรักษาชีวิตและบรรเทาชีวิตของผู้ป่วยได้มากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโรคร้ายแรง เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ เป็นต้น ทุกการรักษาสามารถที่จะเข้าถึงภายในได้โดยที่ผู้ป่วยไม่ต้องเผชิญกับความยุ่งยาก ไม่ต้องเจ็บปวดหรือมีวิธีการที่ซับซ้อน อีกทั้งยังเน้นไปถึงการรักษาด้วยข้อมูลที่แน่นมากขึ้น การวิเคราะห์และวางแผนอย่างดีจากระบบปัญญาประดิษฐ์ เรียกได้ว่าในปัจจุบันและอนาคตเราจะได้เห็นการรักษาที่มีความแปลกใหม่ ทันสมัยมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งประยุกต์ขึ้นมาเพื่อที่จะตอบโจทย์การรักษาเฉพาะโรคได้มากยิ่งขึ้น

ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีอย่างมากสำหรับวงการสุขภาพ และมนุษย์ทุกคนที่จะมีทางเลือกในการรักษาที่หลากหลายพร้อมทั้งมีประสิทธิภาพสูงสุด

วิทยาศาสตร์สำคัญกับชีวิตยุคนี้อย่างไร

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน วิทยาศาสตร์ยังคงมีบทบาทสำคัญต่อโลกปัจจุบันและอนาคตอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคสมัยนี้ที่วิทยาศาสตร์ได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตของมนุษย์ทุกคน ทั้งในด้านการดำเนินชีวิต การงานอาชีพ ข้าวของเครื่องใช้รวมถึงผลผลิตต่างๆที่ล้วนแต่จะต้องมีหลักวิทยาศาสร์เข้ามาเกี่ยวข้องอยู่ตลอด ทุกอย่างล้วนเต็มไปด้วยความสะดวกสบายในการทำงานและการดำเนินชีวิตที่มีผลมาจากวิทยาศาสตร์ ความรู้ การคิดวิจัยต่างๆ เรียกได้ว่าวิทยาศาสตร์เป็นตัวช่วยที่ทำให้เกิดเทคโนโลยีและพัฒนาในมีประสิทธิภาพสูงสุดมากที่สุดสำหรับมนุษย์

 

วิทยาศาสตร์กับเทคโนโลยี

วิทยาศาสตร์มีความสำคัญในการช่วยสร้างความคิดที่พัฒนาให้มนุษย์ให้ว่าจะเป็นการคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะและศึกษาหาความรู้ในการแก้ไขปัญหาต่างๆได้อยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันนี้กับวัฒนธรรมสมัยใหม่ ที่เป็นสังคมแห่งการค้นคว้าและเรียนรู้ ทำให้ทุกคนจำเป็นที่จะต้องคอยศึกษาด้านวิทยาศาสตร์อยู่เสมอ เพื่อที่จะมาประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยีในปัจจุบันอย่างสร้างสรรค์ มีเหตุผลและพัฒนาคุณภาพชีวิตได้ดีมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นเราจะเห็นได้ว่าในปัจจุบันนี้ได้มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อใช้ในการอำนวยความสะดวกให้กับมนุษย์ โดยทั้งหมดนี้ล้วนมีรากฐานมาจากวิทยาศาสตร์ที่ผสมผสานเข้ากับเทคโนโลยีทั้งสิ้น

 

วิทยาศาสตร์กับสิ่งแวดล้อม

ปัจจุบันนี้ทุกคนล้วนหันมาใส่ใจกับทรัพยากรธรรมชาติและการรักษาสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้นเพื่อโลกที่ยั่งยืน วิทยาศาสตร์ได้เข้ามามีส่วนช่วยในการพัฒนาด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ส่งเสริมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมให้สมดุล มีการสร้างพลังงานทดแทน มีการคิดวิเคราะห์ถึงผลเสียต่างๆพร้อมแนวการแก้ไข ทำให้โลกมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นแม้จะเกิดปัญหาธรรมชาติขึ้นบ่อยครั้ง แต่เราก็สามารถควบคุมทุกอย่างให้สมดุลด้วยความรู้ทางวิทยาศาสตร์

 

วิทยาศาสตร์กับเศรษฐกิจ

ปัจจุบันนี้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ช่วยในการเพิ่มความสามารถพัฒนาด้านเศรษฐกิจ ทำให้ทุกประเทศบนโลกสามารถที่จะต่อยอด แข่งขันและดำเนินชีวิร่วมกันอย่างมั่นคง มีรากฐานและมีความสุข เราจะเห็นได้ว่ามีการนำวิทยาศาสตร์มาประยุกต์เข้ากับเทคโนโลยีต่างๆและใช้ในด้านเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นด้านธุรกิจ การเงิน รวมไปถึงการสร้างผลผลิตและนำไปจัดจำหน่าย ที่เรียกว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากสำหรับการดำเนินชีวิตของมนุษย์

 

วิทยาศาสตร์สำคัญกับชีวิตยุคนี้อย่างไร 2

วิทยาศาสตร์กับการพัฒนาคุณภาพชีวิต

เรียกได้ว่าวิทยาศาสตร์นั้นมีความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพของมนุษย์ให้ดีขึ้นเป็นอย่างยิ่งในชีวิตประจำวันและตลอดชีพ ตั้งแต่คุณลืมตาตื่นขึ้นมาจนถึงกระทั่งก่อนนอนก็ต้องมีวิทยาศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องทั้งสิ้น วิทยาศาสตร์นำมาซึ่งความสะดวกสบาย ความสุข รวดเร็วและทันสมัยในการดำรงชีวิตในแต่ละด้าน ดังต่อไปนี้

  1. อาหาร

วิทยาศาสตร์ช่วยในการเพิ่มคุณค่าทางสารอาหาร รักษาความสดใหม่และไม่ให้อาหารบูดเสีย สามารถเก็บได้นาน สร้างสารอาหารทดแทน พร้อมทั้งคิดประดิษฐ์และแสวงหาอาหารต่างๆทั้งในพื้นโลก ท้องทะเล อากาศ และอื่นอีกๆมากมาย เรียกได้ว่าวัตถุดิบและอาหารในปัจจุบันนี้มาจากการทดลอง วิจัยและประดิษฐ์ขึ้นมาโดยใช้กระบวนการวิทยาศาสตร์เป็นพื้นฐาน ยิ่งโดยในปัจจุบันนี้ได้มีอาหารรูปแบบต่างๆเกิดขึ้นมากมาย โดยเน้นความสะดวกสบายและเทคโนโลยีต่างๆเข้ามาดูแลเรื่องอาหารมากยิ่งขึ้น

  1. สุขภาพ

ปัจจุบันนี้อัตราผู้เสียชีวิตได้ลดน้อยกว่าแต่ก่อนมาก เนื่องจากมีเทคโนโลยี อาหารและยาเข้ามาช่วยดูแลรักษา มีทางเลือกในการดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้น น้ำบริโภคที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้นโดยการอาศัยวิชาเคมีจากวิทยาศาสตร์ช่วยกลั่นกรองและวิเคราะห์

  1. การศัลยกรรม

เรียกได้ว่าปัจจุบันนี้การศัลยกรรมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของมนุษย์และมีการพัฒนาต่อยอดให้มีประสิทธิภาพมีหลายทางเลือก มีการบรรเทาความเจ็บปวดและคิดค้นนวัตกรรมที่รวดเร็ว ง่ายดายและสะดวกต่อคนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น

  1. เครื่องใช้ต่างๆ

จะเห็นได้ว่าในสมัยนี้เต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ ภาชนะต่างๆที่ได้มีการประยุกต์และพัฒนาให้ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตของคนรุ่นใหม่มากขึ้น คุณสามารถที่จะใช้สิ่งต่างๆได้อย่างปลอดภัย สะดวกรวดเร็ว ในทุกๆด้าน ทั้ง การก่อสร้าง ,รถยนต์,อุปกรณ์เครื่องครัว,ของตกแต่งบ้าน เป็นต้น รวมปึงการสังเคระห์ของเทียมสำหรับการใช้งาน เช่น ยางเทียม,แกรฟไฟต์ เป็นต้น

  1. อุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ

สิ่งอำนวยความสะดวกที่เสริมสร้างความบันเทิงและสามารถนำมาใช้งานในด้านต่างๆก็ล้วนมาจากวิทยาศาสตร์ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น กล้องถ่ายรูป โทรทัศน์ สมาร์ทโฟนและอื่นๆอีกมากมาย โดยทุกอย่างจะต้องมีหลักการทางวิทยาศาสตร์มาเกี่ยวข้อง ยิ่งในปัจจุบันนี้ได้มีอุปกรณ์ไฮเทคต่างๆเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สามารถช่วยในการสร้างความสะดวกสบายและยังนำมาประกอบอาชีพได้อีกด้วย

วิทยาศาสตร์สำคัญกับชีวิตยุคนี้อย่างไร

 

 

ที่สำคัญวิทยาศาสตร์ช่วยให้คนในปัจจุบันนี้มีชีวิตอยู่บนความเป็นจริง มีการคิดวิเคราะห์อย่างสมเหตุสมผล ทุกอย่างตั้งอยู่บนรากฐานแห่งการไตร่ตรองอย่างรอบคอบ ถึงแม้จะมีเรื่องงมงาย ความเชื่อทางไสยศาสตร์ และอื่นๆอีกมากมาย แต่วิทยาศาสตร์ก็สามารถที่จะคัดกรองและหาความจริงเข้ามาเป็นตัวช่วยในการยืนยัน เพื่อทำให้เราสามารดำรงชีวิตได้เป็นอย่างดี วิทยาศาสตร์สอนให้คนรู้จักคิดและพัฒนา ซึ่งจำเป็นอย่างในปัจจุบันนี้ที่จะต้องมีเรื่องราวต่างๆและเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้อง เชื่อว่าในอนาคตวิทยาศาสตร์จะต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและไม่หยุดยั้ง เพื่อที่จะสร้างสิ่งใหม่ๆขึ้นมาเป็นตัวช่วยในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ ทุกคนจะต้องมีชีวิตที่สะดวกสบาย มีการพัฒนา และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเรื่อยๆแน่นอน

Google for Jobs แพลตฟอร์มเสิร์ชค้นหางานสุดเจ๋งจาก Google

ทุกคนคงรู้จัก Google เป็นอย่างดีเพราะเป็นต้นกำเนิดของบริการทางอินเตอร์เน็ตที่เราใช้บริการกันอยู่แทบทุกวันไม่ว่าจะเป็น Google Search ที่เราใช้ในการค้นหาเรื่องราว ๆ ต่างที่เคยมีบันทึกไว้บนโลกอินเตอร์เน็ต, Google Map แผนที่ทั่วโลกที่นำทางผ่านระบบ GPS ที่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเกเรพาเราไปยังเส้นทางแปลก ๆ เหมือนเมื่อก่อนเสถียรมากขึ้นแถมมีฟังก์ชั่นที่ช่วยให้สามารถดูการจราจรบนถนนที่เรากำลังเดินทางไปได้อีกต่างหาก, Gmail ที่ให้บริการกล่องจดหมายอิเล็กทรอนิกส์เพื่อส่งข้อความและไฟล์งานและรูปภาพให้กับเพื่อน ๆ ครอบครัวและถูกนำไปใช้อย่างกว้างขวางในแวดวงธุรกิจ นี่เป็นแค่น้ำจิ้มเท่านั้น Google ยังเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์อีกหลายตัวรวมถึงทำรายได้ค่าโฆษณาจาก Google AdWords และ YouTube ไปอีกมากโข วันนี้ Google มาพร้อมกับของเล่นใหม่อย่าง Google for jobs ที่รู้ใจวัยทำงานและมนุษย์เงินเดือนทั้งหลายที่มองหาโอกาสที่ดีกว่าในชีวิตอยู่เสมออย่าง “งานใหม่”

Cr. androidcentral.com

จุดเด่นของ Google for Jobs

แน่นอนว่าเราเข้าใช้งานเว็บ Google กันเป็นประจำอยู่แล้ว การเข้าถึง Google for Jobs จึงง่ายกว่าเว็บหางานอื่นแน่นอน ในแง่การค้นหาก็สามารถทำได้ง่ายนิดเดียวเพียงแค่พิมพ์ตำแหน่งงานที่สนใจแล้วตามด้วยคำว่า jobs เช่น Music director jobs ระบบจะทำการค้นหาประกาศรับสมัครงานแล้วแสดงผลงานที่ตรงกับคำค้นหาพร้อมตัวกรองที่เป็นปัจจัยที่ผู้หางานมักนำมาพิจารณาในการเลือกสถานที่ทำงานเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถตัดงานที่ไม่ใช่และคัดเลือกงานที่ตรงใจได้เร็วขึ้น

โดยตัวกรองที่ถูกนำมาช่วยผู้ที่กำลังมองหางานนั้นได้แก่ หมวดหมู่ของงานเพื่อให้ได้งานที่เหมาะสม วันที่ประกาศรับสมัครเพื่อที่จะไม่ต้องเสียเวลากับประกาศที่หมดอายุ ตำแหน่งที่รับสมัครและที่ตั้งของบริษัทที่ลงประกาศรับสมัครงานว่าอยู่ใกล้กับผู้ใช้งานที่กำลังค้นหาหรือไม่ นอกจากนี้ Google for Jobs ยังถูกออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มอื่น ๆ อย่าง LinkedIn, Monster, Glassdoor, Facebook, CareerBuilder ด้วยเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงงานที่ต้องการได้เร็วขึ้นกว่าเดิม

Cr. androidauthority.com

สามารถดาวน์โหลดหรือเข้าใช้งานได้ที่ไหน?

น่าเสียดายที่ตอนนี้แอพพลิเคชั่นนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาซึ่ง Sundar Pichai ผู้บริหารของ Google ได้กล่าวในสุนทรพจน์ปิดงาน Google I/O 2017 พร้อมกับเปิดเผยเรื่องโครงการใหม่นี้ เพื่อช่วยให้นายจ้างสามารถหาลูกจ้างที่เหมาะสมและลูกจ้างเองก็สามารถหางานที่เหมาะสมกับตนเองได้อย่างรวดเร็ว โดย Google for Jobs จะเปิดใช้งานที่แรกในสหรัฐอเมริกาและจะทยอยเปิดให้บริการในประเทศอื่น ๆ ต่อไป

การศึกษาในยุค 4.0 มุ่งสนับสนุนการสร้างสรรค์นวัตกรรม

การเปลี่ยนผ่านจากยุค 3.0 ที่เป็นยุคของอุตสาหกรรมหนักเข้าสู่ยุค 4.0 ที่มุ่งเน้นการออกแบบเชิงสร้างสรรค์และนวัตกรรม ทำให้มีหลายภาคส่วนที่ต้องปรับโครงสร้างและการดำเนินงานให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไปนี้ ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้คนรุ่นใหม่เข้าใจถึงความเป็นไปของโลกและพร้อมที่เป็นส่วนหนึ่งของโลยในยุค 4.0 นี้ก็คือ “การศึกษา” นั่นเอง

ยุค 4.0 ถูกเรียกว่าเป็นยุคที่ทุกอย่างล้วนเกี่ยวข้องกับอินเตอร์เน็ตเพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าเราคุ้นชินกับการอ่านข่าวบนมือถือสมาร์ทโฟนทำธุรกรรมบนอินเตอร์เน็ต รวมถึงเป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อผู้คนเข้าด้วยกันไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อนสนิท แม้แต่ในการทำงานอินเตอร์เน็ตก็ทำให้การทำธุรกิจระหว่างประเทศที่อยู่กันคนละซีกโลกเป็นไปได้อย่างง่ายดาย

Cr. Thailand40.com

โดยแกนของการศึกษาในยุค 4.0 นี้มุ่งเน้นให้เยาวชนรู้จักการใช้นวัตกรรมให้เป็นประโยชน์และใช้ข้อมูลข่าวสารรอบตัวในเชิงสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาเครื่องมือต่าง ๆ ออกมาสู่สังคมและสู่โลกของเรา

สนับสนุนให้มีการเรียนการสอนบนอินเตอร์เน็ต มีเด็กหลายคนทีเดียวที่ท่องโลกอินเตอร์เน็ตโดยใช้เป็นเครื่องมือในการเชื่อมต่อกับเพื่อนฝูงและครอบครัวแต่พลังที่แท้จริงของโลกอินเตอร์เน็ตนั้นยังมีมากกว่านั้นเพราะประกอบด้วยองค์ความรู้ ศิลปะ ประวัติศาสตร์และแนวความคิดสร้างสรรค์จากทั่วทุกมุมโลก จึงควรสนับสนุนให้เยาวชนได้ศึกษาการใช้อินเตอร์เน็ตในเชิงสร้างสรรค์พร้อมอธิบายถึงผลเสียและผลกระทบที่จะตามมาหากใช้งานผิดวัตถุประสงค์ด้วย

Cr. Pexels.com

สนับสนุนไอเดียความคิดเชิงสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นจริง มีคนมากมายคิดและสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ ๆ ทุกวันบนโลกนี้ แน่นอนว่าไอเดียเหล่านั้นสามารถสร้างรายได้ สามารถขายและทำเงินหลายพันล้านให้กับบางคนได้ การสอนให้เยาวขนได้เข้าใจว่าความคิดสร้างสรรค์สามารถเป็นได้มากกว่าแค่ความคิดด้วยการสนับสนุนให้เยาวชนได้ลองปฏิบัติตามทฤษฎีที่คิดขึ้นมาและผลักดันให้เยาวชนกล้าคิดกล้าทำตามความคิดที่ดีงามมากขึ้น

เรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้อื่น น่าแปลกใจที่มีหลายคนประสบความสำเร็จในด้านการเรียนและการงานแต่ก็ยังเก้อเขินในการเข้าสังคมและอยู่ร่วมกับผู้อื่น ยุค 4.0 เป็นยุคแห่งนวัตกรรมและการเชื่อมต่อผู้คนเข้ากับเทคโนโลยีแต่ก็ยังคงส่งเสริมให้เยาวชนเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างเป็นสุข โดยให้ความสำคัญในการให้ความรู้เกี่ยวกับแนวคิดการใช้ชีวิตและทัศนคติซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้คนรุ่นแล้วรุ่นเล่าประสบความสำเร็จในชีวิตทุกด้าน

การสนับสนุนให้เยาวชนได้เรียนรู้และเข้าใจความสามารถของเครื่องมือที่อยู่ในมือและใช้มันในทางสร้างสรรค์ โดยได้รับการส่งเสริมจากผู้ใหญ่ให้รู้จักกล้าคิดกล้าทำ รวมถึงสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างเป็นสุขนั้นจะทำให้ยุค 4.0 ของเราเต็มไปด้วยบุคลากรคุณภาพ